Tips

พักหลังๆ มานี้ ผมเจอโฆษณาที่ไม่พึงประสงค์มาโผล่ใน HTC One SV ของผมบ่อยมาก จนน่าลำคาญมาก จริง ๆ อาจจะเกิดได้กับทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ เพียงแต่จะเจอหรือไม่เท่านั้นเองครับ... แต่เมื่อก่อนที่ผมใช้เจ้า Xperia ray เป็นปี ๆ ผมก็ไม่เคยเจอนะ :)  

ส่วนใหญ่ที่เจอก็จะเป็นตอนที่ผมเปิดเนตไว้แล้วเข้าสู่โหมดพักหน้าจอธรรมดา จากนั้นพอกดปุ่ม power เพื่อปลดล็อคหน้าจอธรรมด้า ธรรมดานี่แหละ จะเจอหน้าโฆษณาพวกนี้ทันที มันขึ้นมาเกือบทุกครั้งเลย ไม่ว่าจะเป็นแบบ wifi ที่บ้านหรือ edge/3g ตอนอยู่นอกบ้านครับ  

หนักสุดก็ตอนที่มันสร้าง shortcut ของเวบไซต์ขึ้นมาที่หน้า Home ของ Sense นี่สิ ผมก็ต้องลากออกไปใส่ถังขยะลบมันออกไปซะ!!! (ขออภัยจริง ๆ ผมลืมเก็บหน้าจอตอนที่มี shortcut นี่ครับ)

ลองดูหน้าตาของโฆษณาหน่อยมั้ย เผื่อมีใครจะเจอแบบผมบ้างงงงง ... :)  

spam ad on my phone spam ad on my phone  

spam ad on my phone spam ad on my phone  

ถ้าเกิดกดไปเพื่อจะดูว่ามันคืออะไรหรือกดผิดที่นะ มันจะเปิดโปรแกรมโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมหมายเลขที่จะโทรออกเพื่อตอบรับตัวโฆษณานั้น ๆ ทันที แน่นอนว่า ถ้าหากกดต่อไปเรื่องคือเราไปตอบรับและจะมีบิลมาตอนสิ้นเดือนแน่ ๆ ครับ ..

ไหน ๆ ก็เล่ามาแล้ว ผมกะจะเขียนข้อความวิธีแก้แยกต่างหาก แต่ไปๆ มา ๆ ขอเอาไว้ที่เดียวกันเลยดีกว่า..​

ผมก็ลองหาดูวิธีแก้ในเนตซึ่งใช้ keywords ที่จะเข้าข่าย เผื่อจะเจออะไรดีบ้าง อย่างน้อย มันก็น่าจะง่ายกว่าการหาทีละโปรแกรมที่ผมลงไว้แล้วตัดสินเอาว่าตัวไหนเป็นต้นเหตุเพราะตอนนี้ผมลงโปรแกรมไปเยอะเกินจะนับได้แล้วจริง ๆ ..  

หลังจากที่ผมใช้เวลาค้นหาสักระยะหนึ่ง ผมดีใจว่ามีอีกหลายคนที่เจออาการเดียวกับผม.. :) ซึ่งลิ้งค์อันแรกที่ขึ้นมาคือของ xda เวบไซต์เลย ตอนแรกผมก็ลองทำตามตามที่เขาโพสต์ใน xda แต่ก็ไม่ได้ผล เพราะมันไม่เจออะไรและเจ้าโฆษณามันก็ยังขึ้นมาเหมือนเดิม

เมื่อโปรแกรมที่เขาแนะนำมาใช้ไม่ได้ ผมก็ลองวิธีต่อไป​ด้วยการหาโปรแกรมที่ใกล้เคียงใน Play Store ซึ่งผมพบว่า Airpush Finder ที่ทำงานคล้ายกันและน่าสามารถเจอต้นตอของปัญหาได้บ้าง

หลังการที่ติดตั้งโปรแกรม Airpush Finder เสร็จ ผมเปิดโปรแกรมขึ้นมาเพื่อ scan เครื่องทันที ซึ่งตัวโปรแกรมนี้ดีมากครับ เพราะมันเจอตัวโปรแกรมในเครื่องของผมตัวหนึ่ง มันชื่อว่า Network ขึ้นมา เอาสิ.. ชื่อมันเหมือนจะมีประโยชน์ แต่มันแปลก ๆ ที่ตรงไอคอนไม่เหมือนสำหรับตั้งค่า network จริง ๆ

แน่นอนครับ .. ผมสั่งให้ terminate ตัวโปรแกรมนั้นทันที แล้วผมก็ลองหาโปรแกรมหรือ shortcut ของเวบไซต์อันที่ผมไม่ได้ลงเองและผมก็เจอ 2-3 อัน ซึ่งดูง่ายมากครับเพราะผมไม่คุ้นกับชื่อมันเลย แต่จะหายากเพราะผมลงโปรแกรมไว้เยอะ ผมเลยสั่งลบออกทันทีแบบไม่ต้องสนใจอะไรหรอก มันไม่มีอะไรจะเสียอยู่แล้วนี่นา.. :)

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ประมาณอาทิตย์หนึ่งแล้ว ผมไม่ยังไม่เจอหน้าจอโฆษณาพวกนั้นหลังจากปลดล็อคหน้าจออีกเลย ผมคิดว่า อาการน่าจะหายขาดแล้วจริง ๆ ครับ

ถ้าใครเจอโฆษณาคล้าย ๆ กับของผมแล้วลองดูนะครับ ได้ผลยังไงก็บอกผ่านทางคอมเม้นต์ข้างล่างได้เลย

ตามปกติ ถ้าชาร์จโทรศัพท์ทิ้งไว้ ไม่ว่าตอนที่เสียบสายชาร์จทั้งแบบจากตัวชาร์จหรือผ่าน usb กับคอมพิวเตอร์ เรามักจะกดปุ่มแล้วดูว่าตอนนี้ชาร์จไปแล้วกี่เปอร์เซ้นต์แล้ว หรือแบตใกล้เต็มรึยัง เพราะจะได้ถอดสายชาร์จออก .. ทิ้งไว้นานก็เปลืองไฟ :)

แต่ผมสังเกตว่า เจ้า HTC One SV ของผม มันไม่ยักกะขึ้นบอกว่าตอนนี้เติมพลังไฟเข้าไปเท่าไรแล้วกี่เปอร์เซ็นต์ เหมือนของยี่ห้ออื่น ๆ ซึ่งต้องดูจากไอคอนสถานะเล็ก ๆ ข้างบนขวามือ ซึ่งบางทีมันก็ลำบากที่ต้องมาเพ่งแล้วกะประมาณดูเอา

แน่นอนว่า บางคนอาจจะไม่ค่อยซีเรียสกับเรื่องอย่างนี้เพราะมันเปฌ็นเรื่องเล็กน้อยจริง ๆ แต่ผมคิดว่ามันไม่ค่อยสะดวกดีเท่าไรนะ ลองดูที่หน้าจอสิครับ
HTC Sense Launcher - while Charing HTC One SV

สำหรับวิธีแก้ของผมเอง ก็คือเปลี่ยน Launcher ไปเป็น MiHome Launcher ที่เป็น launcher หลักของ MIUI ซึ่งมีให้ดาวน์โหลดจาก Play store แบบฟรีแวร์และไม่จำเป็นต้อง root หรือ unlock bootloader โทรศัพท์ให้เสียประกันแต่อย่างไดครับ

วิธีเรียกใช้ก็กดเปิดโปรแกรมแล้วถ้ากด home เพื่อกลับมาที่หน้าหลัก ซึ่งเราก็เลือก MiHome ให้เป็นตัว launcher หลักแทน htc sense ซะ คราวนี้เวลากดกลับมาที่ home ก็จะได้ MiHome ตลอดเลยล่ะ และได้อารมณ์เดียวกับตอนที่โหลดรอมของ MIUI ใส่เข้าไปเด๊ะ ..

หลังจากนั้น ก็ลองเสียบสายชาร์จให้กับโทรศัพท์ ก็จะขึ้นเปอร์เซ็นต์แบบข้างล่างครับ..
MiHome Launcher - while Charing HTC One SV

ถ้าถามว่ามันไม่หน่วงเครื่องเหรอ .. โดยส่วนตัว ผมคิดว่ายังพอรับได้ ไม่ถึงกับทำให้เครื่องนิ่งหรือ lag มากนัก แต่ก็มีบ้างที่ตอนปลดล๊อคหน้าจอแล้วค้างไปแป๊บหนึ่งแล้วกลับมาที่ home ได้ปกติ แต่เอาน่ะ.. เพื่อแลกกับของตกแต่งสวยงามอย่างเช่น theme, wallpaper, lock wallpaper ที่มีให้ดาวน์โหลดเพิ่มเติมอีกเพียบครับ

ผมเคยพูดถึงปัญหาของ HTC One SV ว่าขนาดของหน้าจอไม่ใช่ 480x800 ตามสะเปคที่มีในเวบ เลยทำให้ผมเปิดโปรแกรม Samsung Remote ไม่ได้เพราะหน้าจอเล็กไป ซึ่งผมใช้ประจำเกือบทุกวันกับ Samsaung SmartTV ที่บ้านไปเมื่อหลายวันก่อน

พอมาวันนี้ ผมลองมากดเล่นๆ ในหน้า Settings เพื่อทำอะไรสักอย่างจำไม่ได้แล้ว (กดเพลินจนไม่รู้ว่าทำอะไรไปบ้าง) ก็พบว่ามีให้ตั้งค่าปุ่ม Recent ให้ทำหน้าที่เป็น ปุ่ม Menu แทนได้.. อืมม น่าสนใจดีนะ ผมเลยกดเลือกตัวเลือกที่สอง... จากนั้นก็กด Home กลับมาหน้าจอปกติแล้วเปิดโปรแกรมเล็ก ๆ ดูว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรมั้ง

อ้าว .. บาร์ข้างล่างที่มี 3 จุดนั้นหายไป แบบนี้หมายความว่าไงเนี่ย ผมว่ามันชักจะยังไง ๆ อยู่นะ แล้วแบบนี้หน้าจะมันจะเป็น 480x800 ไหม อยากรู้แล้วสิครับ

ผมรีบเปิด Antutu ทันทีเพื่อเรียกดูขนาดของหน้าจอและตามด้วยโปรแกรม Quadrant อีกตัวเพื่อความชัวร์.. และผลที่ได้เป็นแบบนี้ครับ :)
Antutu - screen size for HTC One SV   Quadrant - screen size for HTC One SV

แปลกดีนะ แค่เปลี่ยนปุ่ม Recent ให้เป็นเมนูแทนก็จะได้ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ตรงตามสะเปคของเครื่องเด๊ะเลย

จากนั้น ผมก็ลองเปิดโปรแกรมที่ต้องการดูว่าจะใช้ได้ไหม .. ก็เปิดใช้งานได้ตามปกติ ไม่เจอข้อความฟ้องเรื่องหน้าจอเล็กอีกแล้ว เอาล่ะ ผมก็สบายใจแล้วที่สามารถใช้โปรแกรม Samsung remote ได้และอีก 2-3 โปรแกรมหลักๆ ด้วย ..

หน้าจอของโปรแกรม Samsung remote ตามภาพนี้ครับ.... :)
Samsung remote - To join networkSamsung remote - Main screenSamsung remote - Channel control
ขอปรับขนาดภาพให้เล็กกว่าปกติ เพราะไม่สลักสำคัญอะไรมากนักน่ะครับ

สุดท้าย ผมขอจบลงที่วิธีเปลี่ยนปุ่ม Recent ให้เป็นเมนูก็ตามนี้เลยครับ ...

  • เข้าไปที่ Settings
  • เลือกเข้าไปที่ Display, gesture & buttons
  • เลือกเข้าไปที่ Recent apps button ตรงข้างล่าง Buttons
  • กดเลือกแบบที่ต้องการจากหน้านี้เลยครับ
    change recent button setting
  • ปล. ไม่มีปุ่มให้เลือก Yes/No/OK คือเลือกแล้วก็เลือกเลยครับ :)

     

เมื่อ 2-3 วันก่อน ผมมือบอนไปอัพเกรดรอม MIUI ที่เป็นของจีนเข้าเครื่องเพราะไม่ได้คิดว่าจะเป็นแบบนี้ คิดเอาเองว่าเขาคงเลือกอังกฤษเป็นเมนูไว้เป็นภาษาหลักของไฟล์รอมนั่นเอง ประมาณว่าของเรายังเลือกอังกฤษเป็นภาษาหลักเลยครับ

หน้าแรกที่เจอครับ...
MIUI - Home Screen
งงเป็นไก่ตาแตกไปเลย ไงล่ะ อยากลองดีนัก.. แต่ไม่เป็นไร งั้นลองหาทางแก้เองก่อนตามแบบฉบับคนซุกซนอย่างผมครับ

วิธีเปลี่ยนภาษาของรอม miui เพราะอ่านไม่ออกครับ :)

  1. ก่อนอื่นต้องหาไอคอนสำหรับ Settings ซึ่งก็คือไอคอนรูปคล้ายเฟืองที่หน้า Home นั่นแหละครับ

  2. แล้วเราจะเห็นหน้าคล้าย setting แต่จะแบ่งออกเป็น 2 แทปที่ด้านบน.. อันแรกคือ Common settings แบบที่ใช้บ่อย ๆ ส่วนอีกอันจะเป็น แบบ Full Settings ให้เลือกไปแทปที่ 2 ครับ
    MIUI - Setting (Common settings)
  3. เมนูทุกตัวยังเป็นภาษาจีน อ่านแล้วชวนให้ปวดกะบาลครับ (แต่ก็ต้องสู้ ๆ )
    MIUI - Setting - (Full Settings)
  4. เลื่อนขึ้น/ลงไปเรื่อย ๆ เพื่อหาไอคอนคล้าย ๆ ว่าเป็นรูปคีย์บอร์ด ซึ่งจะอยู่ใต้รูปที่เป็นนาฬิกา กดเลือกที่ตรงนี้ได้เลยครับ
    MIUI - System menu section
  5. จากนั้น ให้กดเลือกเข้าไป ที่ตัวบนสุดนั่นแหละที่เราต้องการ ( บรรทัดที่สองใต้เครื่องหมาย < )ครับ
    MIUI - Language and input
  6. แล้วก็จะเจอภาษาอื่น ๆ อีกเยอะแยะ .. อยากเลือกใช้ภาษาอะไรก็เลือกได้เลยครับ
    MIUI - Select language screen
  7. กดกลับออกมา ก็ได้เมนูเป็นภาษาที่เราเข้าใจง่ายขึ้น
    MIUI - Language menu in English
  8. ถ้าดูที่หน้า Home ก็จะเป็นแบบนี้ ดูแล้วก็อ่านสบายตาเพราะอ่านแล้วรู้เรื่องครับ :)
    MIUI - Home Screen in English

แค่เท่านี้ ผมก็สามารถใช้มือถือได้ โดยเริ่มต้นที่การไล่ลงโปรแกรมหรือจะ restore ข้อมูลกลับมาใช้งานและอะไรอีกมากมายตามปกติแล้วครับ

โดยส่วนตัว ผมว่ารอมตัวนี้ก็ใช้ดีนะครับ ไม่หน่วงหรือเกิด error อะไรให้ลำคาญ โดยเฉพาะตัวโปรแกรม Music สำหรับฟังเพลง ผมชอบมากที่หน้าตาสวยดีและตอบสนองปุ่มกดที่หูฟังดีมากครับ นอกจากนั้นผมก็คงต้องลองใช้ไปสักระยะหนึ่งก่อน เดี๋ยวจะมาแชร์ ๆ ให้อ่านกันครับ :)

หลังจากที่ผมอัพเดท xperia ray ของผมไปเป็น ICS ไปแล้วหลายครั้ง ด้วยวิธีต่าง ๆ นานาที่อ่านเจอในเนต ซึ่งก็มีทั้งทำแล้วสำเร็จ และก็ไม่สำเร็จ ... :) มันไม่แปลกหรอกครับที่เราจะลองผิดลองถูกไปเรื่อย ๆ กับของแบบนี้ ขอเพียงแค่ว่าให้โทรศัพท์ยังสามารถใช้งานได้ก็ดีใจแล้วครับ.. :)

วันนี้ ผมเลยสรุปเอาเองว่าเราจะอัพเดทเครื่องของเราเป็นของรอมแต่ละเวอร์ชั่นกันได้อย่างไรบ้าง โดยเฉพาะช่วงนี้ที่ ICS กำลังออกมาให้เราอัพเดทกันตอนนี้ ถ้าอัพเดทแล้วมีปัญหาก็ลองเอารอมตัวอื่น ๆ มาใช้แทน แบบแก้ๆ กันไปจนกว่าจะพอใจก็ได้ครับ

ฉะนั้น ผมจึงขอจัดประเภทของอัพเดท android ของโซนี่ เผื่อเอาไว้เป็นแนวทางสำหรับคนที่อยากจะอัพเดท ICS ตามแบบข้างล่างนี้ครับ

วิธีที่ 1# ใช้โปรแกรม PC Companion ของโซนี่เองซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดแล้วเพราะไม่ยุ่งยากอะไร ตัวโปรแกรมจะจัดการเองเกือบทั้งหมดตั้งแต่ต้นจนจบกระบวนการ แต่หลายคนบอกว่าไม่เคยสำเร็จ ซึ่งผมเองก็เป็นเหมือนกันทำยังไงก็ไม่สำเร็จสักกะที เลยข้ามไปทำตามวิธีอื่นแทนครับ

วิธีที่ 2# ถ้าข้อหนึ่งไม่สำเร็จ ก็สามารถลองใช้โปรแกรมที่ชื่อว่า Update Service ของโซนี่ได้เหมือนกัน การใช้งานก็คล้ายๆ กับโดรแกรม PC Companion ในข้อแรกแต่จะเน้นไปที่การอัพเดทเครื่อวเป็นหลัก ฉะนั้น ตัวโปรแกรมนี้จึงสามารถช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เคยเกิดกับเครื่องด้วยเข่นบูตไม่ขึ้นหลังทำการอัพเดทจากวิธีอื่น ๆ ด้วยครับ สามารถทำตามคำแนะนำจากหน้าจอของโปรแรกมได้เลยครับ

วิธีที่ 3# อัพเดทด้วยการใช้โปรแกรมที่ชื่อว่า Flash Tool ซึ่งสามารถดาวน์โหลดจากเวบของ XDA และตัวรอมที่เป็น tft มาใช้ด้วยนะครับ วิธีนี้ก็ไม่ยากหรือง่ายจนเกินไป แต่อาจจะต้องใช้ความพยายามและเวลาในการหาสิ่งที่ต้องการสักหน่อยนะครับ ส่วนใหญ่เขาก็จะปักหมุดไว้ในหน้าแรก ๆ ของแต่ละรุ่นเพื่อให้หาได้ง่ายขึ้น อ่านมากรู้มากเช่นกันนะครับ

วิธีที่ 4# อัพเดทด้วยการใช้ CWM ที่จะเป็นหนึ่งในขั้นตอนการอัพเดทครับ วิธีนี้ยังมีวิธีปลีกย่อยออกไปอีกเช่นการ unlock bootloader, เปลี่ยน boot.img ของเครื่อง วิธีนี้อาจจะไม่เหมาะสำหรับมือใหม่ แต่ก็สามารถทำได้ไม่ยาก ศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนลงมือทำเพื่อความปลอดภัยของเครื่องครับ

ถ้ามองกันที่ความยากง่าย ก็แน่นอนว่าข้อ 1 กับ 2 นั้นจะง่ายกว่า 3 กับ 4 เพราะเป็นโปรแกรมของโซนี่ที่ออกมาเพื่อจัดการกับมือถือของโซนี่เอง แค่คุณมีคอมพิวเตอร์ที่ต่อเนตได้เครื่องหนึ่ง จากนั้นก็เปิดโปรแกรมขึ้นมา กดเม้าส์สั่งงานตามคำแนะนำที่อยู่หน้าจอไปเรื่อย ๆ แล้วก็นั่งรอขั้นตอนดาวน์โหลด-ติดตั้งไม่นาน ก็เสร็จเท่านั้นเองครับ

สำหรับวิธีที่ 3 กับ 4 นั้น คนที่จะทำอาจจะต้องเข้าใจศัพท์เทคนิคของ android และภาษาสำหรับนักพัฒนาโปรแกรมบ้าง จึงจะเข้าใจกระบวนการต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เพราะถ้าหากผิดพลาดอะไร โทรศัพท์ที่แพง ๆ ก็อาจจะใช้ไม่ได้ เสียดายของแทนครับ หรือถ้าหากจะต้องหาแนวทางแก้ไขปัญหาระหว่างที่ทำ ๆ อยู่ก็จะเข้าใจปัญหาได้ไวหรือง่ายกว่าน่ะครับ :)

แต่ถ้าไม่รู้อะไรเลย ถามว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ .. คำตอบก็ต้องบอกว่าทำได้เช่นกัน เพราะไม่มีอะไรที่ยากเกินที่คนเราจะทำได้ครับ แต่อาจจะต้องใช้เวลาศีกษาข้อมูลและวิธีทำแบบต่าง ๆ มากกว่าคนที่เขามีพื้นฐานหรือมีประสพการณ์ทางด้านนี้อยู่แล้ว ทำแบบใจเย็น ๆ ไม่ต้องรีบร้อน เมื่อรู้สึกว่าพร้อมแล้วค่อยลงมือปฏิบัติจริงนะครับ

อย่างไรก็ดี ถ้าคุณยังพอใจกับสิ่งที่ใช้อยู่หรือชอบที่จะใช้แบบเดิม ๆ และก็ไม่มีปัญหาอะไรกับการใช้งานเครื่อง ผมแนะนำว่าให้บอกผ่าน ๆ ไปเลยจะดีกว่า โดยเฉพาะข้อ 3-4 เพราะมันยุ่งยากกว่าที่คุณคิด และยิ่งถ้าคุณไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์แบบที่เรียกว่า hard core ผมแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องไปทำตามกระแสชาวโลกเขาหรอกครับ เกิดผิดพลาดขึ้นมา จะได้ไม่ต้องเสียใจ ที่เสียเวลานั่งทำร้ายโทรศัพท์ของตัวเองซะงั้น!!